ส่วนที่ 1
Research: แนวทาง Top-Down
มองจากภาพกว้างเข้าสู่รายละเอียด แบ่งเวลาตามน้ำหนักที่แต่ละระดับควรได้รับ
Macro — ภาพรวมเศรษฐกิจ
10–20%
ทิศทางเศรษฐกิจ ดอกเบี้ย และนโยบายรัฐ
Sector — อุตสาหกรรม
อุตสาหกรรมไหนกำลังเป็นขาขึ้น หรือได้รับประโยชน์จากเทรนด์โลก
Individual — รายสินทรัพย์
70–80%
เจาะลึกรายตัว — สายพื้นฐาน: อ่าน 56-1 One Report, ฟัง Opp Day, วิเคราะห์โมเดลธุรกิจ • สายเทคนิค: วางแผนจุดซื้อ-ขาย, ดูกราฟย้อนหลัง, ทดสอบระบบ (backtest)
ส่วนที่ 2
เครื่องมือช่วยทุ่นแรง — The Checklist
-
Business Model
บริษัททำมาหากินอย่างไร? อะไรคือจุดแข็ง? มี moat หรือไม่?
-
Financial Health
กำไรโตไหม? หนี้เยอะหรือเปล่า? กระแสเงินสดเป็นอย่างไร? — รายละเอียดในส่วนที่ 6
-
Valuation
ราคาตอนนี้ถูกหรือแพงเมื่อเทียบกับมูลค่าที่ควรจะเป็น?
-
Risk
อะไรจะทำให้การลงทุนนี้ล้มเหลว?
ส่วนที่ 3
5 คำถามหลัก ก่อนเลือกธุรกิจ
- ธุรกิจนั้นส่งมอบสินค้าหรือคุณค่าใดให้กับลูกค้า
- มีคนอื่นส่งมอบคุณค่านั้นด้วยหรือไม่
- ฉันเลือกที่จะรับคุณค่านั้นจากที่อื่น แทนที่จะเป็นที่นี้หรือไม่
- ทำไมเราเลือกคุณค่านั้นจากที่นี้ แทนที่จะเป็นที่อื่น
- เหตุผลที่ระบุในข้อที่ 4 เป็นสิ่งที่ยั่งยืนในระยะยาวหรือไม่
ส่วนที่ 4
7 Powers Framework
| พลัง | คำจำกัดความ | ตัวอย่าง |
| Scale Economies | ยิ่งผลิตเยอะ ต้นทุนต่อหน่วยยิ่งถูกลง ทำให้คู่แข่งหน้าใหม่สู้ราคาไม่ได้ | Netflix — สมาชิกมากที่สุด ต้นทุนคอนเทนต์ต่อหัวต่ำกว่าคู่แข่ง |
| Network Economies | ยิ่งคนใช้เยอะ สินค้ายิ่งมีค่ามากขึ้น | Facebook/Line — ย้ายไปแอปอื่นยากเพราะเพื่อนยังอยู่ในนี้ |
| Counter-Positioning | บริษัทใหม่ใช้โมเดลธุรกิจที่ดีกว่า จนบริษัทเก่าไม่กล้าเลียนแบบเพราะจะพังธุรกิจเดิมของตัวเอง | Vanguard — กองทุนดัชนีค่าธรรมเนียมต่ำ บลจ. เก่าไม่กล้าทำตาม |
| Switching Costs | ลูกค้าเปลี่ยนไปใช้เจ้าอื่นยาก เพราะมีค่าใช้จ่าย ความยุ่งยาก หรือต้องเรียนใหม่ | Apple Ecosystem — ข้อมูลและ iCloud ผูกไว้หมด |
| Branding | ลูกค้ายอมจ่ายแพงกว่าเพื่อความมั่นใจหรือสถานะ แม้คุณภาพใกล้เคียงคู่แข่ง | Tiffany & Co. / Ferrari |
| Cornered Resource | ครอบครองทรัพยากรสำคัญเพียงผู้เดียว เช่น สิทธิบัตร ทำเลทอง หรือตัวบุคคล | Pixar — ทีมคิดบทที่หาที่อื่นไม่ได้ |
| Process Power | มีระบบการทำงานซับซ้อนและฝังรากลึก คู่แข่งเลียนแบบยากแม้รู้ว่าทำอย่างไร | Toyota — ระบบผลิต TPS ที่สร้างมานับสิบปี |
คำถามที่ต้องตอบให้ได้
- บริษัทนี้มี Power ข้อไหนเด่นที่สุด? หากหาไม่เจอแม้แต่ข้อเดียว ให้ระวังว่าอาจเป็นหุ้นที่แข่งขันสูงและกำไรไม่ยั่งยืน
- Barrier คืออะไร? คู่แข่งจะเข้ามาเจาะตลาดนี้ได้ยากแค่ไหนในอีก 5–10 ปีข้างหน้า
- พลังนั้นกำลัง "แข็งแกร่งขึ้น" หรือ "เสื่อมถอยลง"? เช่น แบรนด์เริ่มเสื่อมความนิยม หรือมีเทคโนโลยีใหม่มาทำลาย switching costs
ส่วนที่ 5
Financial Health — รายละเอียดเชิงลึก
ขยายจากหัวข้อ Financial Health ในเช็คลิสต์ (ส่วนที่ 2) เป็น 4 มุมมองที่ต้องตรวจสอบก่อนสรุปว่าฐานะการเงินของบริษัทแข็งแรงจริงหรือไม่
ลูกค้าคือใคร
- ลูกค้าหลักเป็นใคร — ผู้บริโภครายย่อย (B2C) ธุรกิจ (B2B) หรือหน่วยงานรัฐ
- ลูกค้ามีอำนาจต่อรองมากน้อยแค่ไหน และส่งผลต่อราคาขายหรือ margin ของบริษัทหรือไม่
- เป็นลูกค้าประจำที่ซื้อซ้ำต่อเนื่อง หรือเป็นการขายแบบครั้งเดียวจบ
- มีลูกค้ารายใหญ่รายใดคิดเป็นสัดส่วนสูงของรายได้หรือไม่ (customer concentration)
รายได้ กำไร และ Margins
- อัตราการเติบโตของรายได้ย้อนหลัง 3–5 ปี เติบโตสม่ำเสมอ หรือผันผวนตามวัฏจักร
- กำไรโตเร็วกว่าหรือช้ากว่ารายได้ — ถ้ากำไรโตเร็วกว่า มักสะท้อน operating leverage หรืออำนาจต่อรองที่ดีขึ้น
- ดูแนวโน้ม Gross Margin, Operating Margin และ Net Margin ว่าทรงตัว ขยายตัว หรือหดตัวลงเรื่อยๆ
- เทียบ margin กับคู่แข่งในอุตสาหกรรมเดียวกัน เพื่อดูว่าอยู่ระดับบน กลาง หรือล่างของกลุ่ม
รายได้แยกตามส่วนงาน (Revenue by Segment)
- รายได้มาจากธุรกิจ/ผลิตภัณฑ์/ภูมิภาคใดบ้าง และสัดส่วนของแต่ละส่วนเป็นเท่าไหร่
- มีการพึ่งพาลูกค้า ผลิตภัณฑ์ หรือตลาดใดตลาดหนึ่งมากเกินไปหรือไม่ (concentration risk)
- ส่วนงานใดกำลังเติบโตเร็ว ส่วนใดกำลังหดตัว — เพื่อประเมินว่าอะไรจะเป็นตัวขับเคลื่อนรายได้ในอนาคต
- สัดส่วนรายได้แบบ recurring (สม่ำเสมอ ต่อเนื่อง) เทียบกับรายได้แบบครั้งเดียวหรือตามโครงการ
กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน (CFO)
- CFO เป็นบวกต่อเนื่องและเติบโตสอดคล้องไปกับกำไรทางบัญชีหรือไม่
- เทียบ Net Income กับ CFO — หากกำไรสูงแต่ CFO ต่ำหรือติดลบต่อเนื่อง อาจเป็นสัญญาณของคุณภาพกำไรที่ไม่ดี เช่น ลูกหนี้การค้าหรือสต๊อกสินค้าเพิ่มขึ้นเร็วผิดปกติ
- CFO ที่แปลงมาจากกำไรได้สม่ำเสมอ คือสัญญาณว่ากำไรที่รายงานเป็น "เงินสดจริง" ไม่ใช่แค่ตัวเลขทางบัญชี
Free Cash Flow และการใช้เงิน
- FCF = CFO หัก Capex — ดูว่าเหลือเงินสดหลังลงทุนในสินทรัพย์แล้วมากน้อยเพียงใด
- บริษัทนำ FCF ไปใช้ทางใดเป็นหลัก: จ่ายปันผล ซื้อหุ้นคืน (buyback) ลดหนี้ ลงทุนขยายธุรกิจ/ควบรวมกิจการ หรือสะสมเป็นเงินสด
- การจัดสรรเงินทุน (capital allocation) ของผู้บริหารสะท้อนวินัยและวิสัยทัศน์ในการบริหารเงิน — จัดสรรเพื่อสร้างผลตอบแทนระยะยาว หรือเพียงรักษาราคาหุ้นระยะสั้น
หากบริษัทมี FCF สม่ำเสมอ แต่เลือกสะสมเงินสดไว้เฉยๆ โดยไม่มีแผนใช้ที่ชัดเจน ควรตั้งคำถามต่อว่าเป็นเพราะขาดโอกาสลงทุน หรือผู้บริหารระมัดระวังเกินไป